คนที่พลิกแพลงเก่ง มักจะประสบความสำเร็จในชีวิต คือมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนเคลื่อนย้ายความคิดจากกิจกรรมหนึ่งไปยังอีกกิจกรรมหนึ่งได้ ซึ่งเป็นความสามารถในการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดสิ่งที่ต้องการ ไม่ติดตันอยู่กับงานหรือหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย
สังเกตไหมว่า ทำไมคนบางคนถึงปรับตัวอยู่ได้ในทุกสถานการณ์ เข้าไปในสถานที่ใหม่สถานการณ์ใหม่ไม่นานก็ปรับตัวเข้ากับที่นั้นได้ เวลาเจอปัญหาก็หาทางแก้ปัญหาจนลุล่วง มีทางออกและทางเลือกให้ตัวเองเสมอ

ในขณะที่บางคนเมื่อมีเหตุการณ์แปลกใหม่หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงก็ไม่อยากยอมรับ ไม่อยากปรับตัวปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตหรือการทำงาน ทำงานเจอปัญหาก็ตีบตัน ไม่มีทางออก

ถ้าเป็นเด็กก็มักมีปัญหาในเรื่องการปรับตัวกับเพื่อนกับโรงเรียน หรือมักจะติดปัญหาในการเรียน การทำงานที่ได้รับมอบหมาย ไม่สามารถพลิกแพลงแก้ปัญหาได้

คนที่ไม่สามารถปรับตัว พลิกแพลง ปรับเปลี่ยนได้เช่นนี้เป็นเพราะขาดความคิดยืดหยุ่น หรือความสามารถในการปรับเปลี่ยนเคลื่อนย้ายความคิดจากกิจกรรมหนึ่งไปยังอีกกิจกรรมหนึ่ง ซึ่งเป็นทักษะความสามารถในการปรับเปลี่ยน เปลี่ยนความคิดความสนใจ เปลี่ยนโฟกัสหรือเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้เกิดสิ่งที่ต้องการ หรือจังหวะที่เหมาะสม ปรับตัวเข้ากับข้อเรียกร้องของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ประยุกต์ใช้อะไรบางอย่างในสถานการณ์ที่แตกต่างได้ เช่น แทนที่จะต่อว่ากลางวงประชุมก็เลือกคุยกันเป็นการส่วนตัว หรือแม้จะไม่ชอบทรงผมของเพื่อน แต่ก็หาวิธีที่จะพูดไม่ให้เขาเสียใจ

ทักษะนี้จะช่วยให้เด็กเรียนรู้การไม่ยึดติดตายตัว มองเห็นจุดผิดแล้วแก้ไข และปรับเปลี่ยนวิธีทำงานด้วยข้อมูลใหม่ๆ ช่วยให้พิจารณาสิ่งต่างๆ จากมุมมองใหม่ คิดนอกกรอบ คิดแก้ปัญหา รู้จักหาสิ่งอื่นมาทดแทน ช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่า ในกฎเกณฑ์ต่างๆ มีข้อยกเว้นได้ พวกเขาสามารถทดลองวิธีใหม่ๆ ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเดิมเสมอไป มีวิธีการใหม่ๆ ในการเอาชนะใจเพื่อน หรือแก้ไขข้อขัดแย้งกับเพื่อน เป็นต้น

ทักษะความสามารถในการคิดยืดหยุ่น (Cognitive Flexibility) มีกระบวนการหลายขั้นตอน

ขั้นแรก คือ รู้สภาวะที่ตนกำลังเป็นอยู่ (Self-Monitoring) รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่ เป็นอยู่ไม่เหมาะ ไม่ให้ผลดี
ขั้นที่สอง คือ หยุดสิ่งที่ไม่เป็นผลนั้นเสีย
ขั้นที่สาม คือ คิดหาหนทางใหม่
การมีทักษะนี้จะช่วยให้เราเลือกใช้ข้อมูล ชั่งน้ำหนักในทางเลือก พิจารณาจากหลากหลายมุมมอง รวมทั้งเอามุมมองของคนอื่นมาพิจารณาด้วย และเปรียบเทียบสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งก็คือการคิดวิเคราะห์-สังเคราะห์นั่นเอง

คุณครูจึงควรสอนเด็กให้รู้จักเปลี่ยนความคิด เพื่อชีวิตและการเรียนที่ไม่ตีบตัน

“แค่เปลี่ยนความคิด ชีวิตไม่ตีบตัน”